วันที่ผมสะสมเหรียญครั้งแรก

โดย นายธนัตถ์ ศรีชัยยงพานิช (จีม) ชั้น ม.๕/๑
ที่มา: adaymagazine.com

‘ผมรู้ตัวอีกที ผมก็หลงรักเจ้าโลหะกลมแบนนี้เข้าให้เสียแล้ว’

เหรียญเป็นงานอดิเรก เป็นความสนใจของคนบางกลุ่ม และดูเหมือนว่าเรามักจะมองว่าการสะสมสิ่งนี้เป็นเรื่องที่คนแก่มักจะทำกันเพื่อนึกถึงอดีต เพราะตอนแรกผมก็นึกอย่างนั้น แต่หลังจากเหตุการณ์ที่ผมจะเล่า มันอาจทำให้ทุกคนมีความคิดที่เปลี่ยนไปแบบผม

เหรียญเป็นสิ่งที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน เขาผ่านตาเราทุกวัน ทั้งที่เราแทบจะไม่ได้สังเกตเลย เพราะเขาก็แค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เช่น เมื่อเช้าเข้าร้านสะดวกซื้อเรานำธนบัตรจ่ายให้พนักงานไป หลังจากนั้นเราก็ได้เขามาพร้อมกับใบเสร็จ ต่อจากนั้นขึ้นรถเมล์ก็ใช้เขาเป็นค่าเดินทาง และเพราะอย่างนี้เองเราจึงแทบไม่ได้สังเกตเขาเลย แม้ว่าอย่างน้อยเราจะรู้ว่า เขามีหลายขนาดชนิดราคา เขาแต่ละคนก็จะมีลักษณะต่างกันไป เช่น 10 บาท มี 2 สี ขนาดค่อนข้างใหญ่ หรือว่า 5 บาท ก็มีสีเดียว ดูเหมือนจะออกเหลี่ยมๆ หน่อย หรือถ้า 1 บาท ก็จะมีขนาดเล็กกว่า 2 คนแรก ก่อนหน้า และนานทีจะเห็นเขาขนาดเล็กที่สีออกเหลืองๆ บางทีก็แดงนิดๆ แต่ถึงอย่างไรในเขาก็แค่โลหะกลมแบนชิ้นหนึ่งเท่านั้น

ย้อนกลับไปในช่วงที่ผมยังอายุ เลขหลักเดียวสัก 8 – 9 ขวบ ผมเริ่มพอจะรู้เรื่อง และรู้อะไรเป็นอะไรบ้างแล้ว ผมก็เริ่มอยากรู้อยากเห็น ยิ่งที่บ้านมักจะฝึกให้เป็นคนที่มีนิสัยอดออม ดังนั้นในหลายๆ ครั้งที่พ่อแม่ของผมหรือใครต่อใครไปซื้อของและได้เงินทอนกลับมา ผมก็จะนำมาใส่กระปุกสะสมไว้ สะสมไปเรื่อยๆ จนกระปุกนั้นหนักอึ้ง ผมจึงตัดสินใจจะเอาเงินที่สะสมไว้ไปฝากธนาคาร ผมเปิดกระปุกเอาทุกอย่างทั้งแบงก์และเหรียญออกมากองเต็มไปหมด ผมเริ่มนับและค้นพบว่าเหรียญที่เราใช้อยู่ทุกวันนั้นบางทีอาจจะมีรายละเอียดที่ไม่เหมือนกัน เพราะเหรียญแต่ละเหรียญถูกผลิตในปีที่ต่างกัน พ.ศ. ที่ต่างกัน หรือแม้กระทั่งมีรูปแบบที่ต่างกัน ทำให้เขาในวันนั้นดูเหมือนจะมีอะไรมากขึ้น กว่าที่ผมเคยมองเหรียญว่าเป็นแค่เหรียญวันนี้ดูมีมิติมากขึ้น และเริ่มดูมีอะไรมากขึ้นกว่าเดิม

ด้วยความขี้สงสัยของผม จึงเกิดคำถามขึ้นว่าในสมัยก่อนเหรียญเหมือนในปัจจุบันนี้หรือเปล่า เมื่อ 30 – 50 ปีที่แล้วสมัยพ่อ-แม่ผมยังเด็กๆ เหรียญจะมีสีอย่างไร หรือขนาดของเขาจะเท่ากับตอนนี้หรือไม่ แม้กระทั่งเมื่อ 80 ปีที่แล้ว สมัยที่คุณย่าของผมยังเป็นเด็ก รูปร่างและลักษณะของเหรียญจะเหมือนตอนนี้ไหม ทำให้ผมชอบที่จะไปหาผู้ใหญ่ต่างๆ เพื่อเริ่มขอดูเหรียญแบบที่ไม่มีในปัจจุบันและขอมาเก็บสะสมแบบเนียนๆ มันทำให้ผมรู้อะไรที่ไม่เคยรู้มาก่อน เช่น เหรียญบาทไม่ได้มีรูปวัดพระแก้วมาตั้งแต่สมัยก่อน เพราะก่อนจะมาเป็นรูปวัดพระแก้วก็มี รูปเรือสุพรรณหงส์ รูปครุฑ หรือรูปตราแผ่นดิน และอื่นๆ อีก มันยิ่งทำให้ผมสนใจเข้าไปใหญ่ เพราะยิ่งค้นหาก็ยิ่งสนุก เพราะมันทำให้รู้สึกว่าเขามีความน่าค้นหา และเพราะเขามีเสน่ห์ ทำให้ผมรู้สึกอยากเห็น อยากจะมอง อยากดูแลเขา และทำให้ผมก็เริ่มรู้สึกที่อยากจะเก็บเขาไว้ดู

และนับจากวันนั้นเขาก็เข้ามามีบทบาทในชีวิตผมมากขึ้น ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาก็อยู่กับเราตลอดเหมือนสมัยก่อน แต่มันต่างกันเพราะตอนนี้ผมมองเห็นเขามากขึ้น มองเขาละเอียดขึ้น และพอยิ่งมองละเอียด ก็ยิ่งพบว่าแต่ละเหรียญบอกเรื่องราวต่างกัน เมื่อก่อนนี้เขาอาจแค่อยู่รอบตัวเรา แต่ตอนนี้เขาเข้ามาอยู่ในใจของผมแล้วด้วย ผมรู้สึกว่าตอนนี้เขามีความสำคัญมากกว่าที่ผ่านมาตลอด และเขาแทบจะเป็นชีวิตของผมทีเดียวเลยก็ว่าได้

และจากการนึกย้อนถึงเหตุการณ์นั้นมันก็ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง เพราะบางทีในบางครั้ง สิ่งที่อยู่รอบตัวเราเป็นสิ่งที่บางครั้งเรามองข้ามเพราะเป็นภาพชินตา ในวันหนึ่งเราก็อาจจะพบว่าสิ่งเหล่านั้นสิ่งที่มีคุณค่า น่าสนใจ หรือแม้กระทั่งเป็นสิ่งทีเราชอบที่สุดและอยากอยู่กับเขาไปนานๆ ก็เป็นได้ อย่างน้อยๆ จากวันนั้นผมก็อยู่กับพวกเขาเหล่านั้นมาเกือบครึ่งชีวิตแล้ว และความรู้สึกทั้งหมดที่มีต่อเขาตอนนี้ ผมว่า ‘ผมหลงรักเจ้าโลหะกลมแบนนี่เข้าให้แล้วล่ะ’

:: บทความชิ้นนี้เป็นผลงานในวิชาภาษาไทย ระดับชั้น ม.๕ ภาคเรียนที่ ๒/๒๕๕๙ โรงเรียนรุ่งอรุณ เพื่อพัฒนาทักษะภาษาด้านการเขียน จากโจทย์ a day that changed my life ชวนนักเรียนย้อนมองตัวเองถึงเรื่องราวที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับตัวเอง แอที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนมุมมอง หรือเปลี่ยนพฤติกรรม แล้วเรียบเรียงเขียนบอกเล่าออกมาให้น่าสนใจ ซึ่งได้รับเลือกลงในคอลัมน์ a day that changed my life เว็บไซต์ a day Magazine Online วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๐

Comments are closed.