แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2010 เวลา 15:36 น. เขียนโดย Webmaster วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2010 เวลา 14:54 น.
แนวคิดสาระวิชา
ภูมิปัญญาภาษาไทย
คำไทย มีรากฐานสืบเค้าจากความคิดอันสุขุมลุ่มลึกด้วยสติ อันปรากฏเป็นมาในประวัติศาสตร์สังคมไทย แบบแผนของการสร้างคำ มีเอกลักษณ์ ลึกซึ้ง โดยเริ่มแตกจากคำแม่บท สู่คำซ้ำ คำซ้อน คำประสม ฯลฯ สร้างเป็นคำใหม่ที่มีความหมาย แตกต่างจากเดิมได้จำนวนมากอย่างน่าอัศจรรย์ เช่น การสลับที่คำอย่างมีแบบแผนของ ทิศทางคติสำนวนไทยและโคลงกลอนที่เรียกว่า กลบท ทำให้เราสามารถสร้างคำคล้องจองจากแบบแผนโครงสร้างของคำประพันธ์ ซึ่งพบในรูปแบบอื่นๆ ด้วยการเรียนรู้ภาษาไทย ยังอาจทำได้โดยผ่านงานศิลปกรรม หัตถกรรม และสถาปัตยกรรมไทย ตลอดจนการใช้สมุนไพรไทยในการแพทย์แผนโบราณ ซึ่งช่วยทำให้เด็กๆ เกิดความรู้ ความเข้าใจ เพราะล้วนสะท้อนแบบแผนเช่นเดียวกับที่ ปรากฏออกมาในภาษา อันเป็นภูมิปัญญาของคนไทยเช่นเดียวกัน
มานุษย์และสังคมศึกษา
การเรียนเรื่องความสัมพันธ์และพัฒนาการของมนุษย์ในแง่ของเวลา สถานที่ ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรม ส่งผลให้นักเรียนเห็นและเข้าถึงความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ต่างๆ ทางสังคมในการทำความเข้าใจ เพื่อเรียนรู้เรื่องธรรมชาติภายในตนของมนุษย์และโลกภายนอก ซึ่งเชื่อมโยงและสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น นักเรียนได้ค้นพบข้อมูลหลักฐานในเรื่องเหล่านั้น ได้รู้วิธีการตรวจสอบ วิเคราะห์ และตีความให้เห็นคุณค่าจนเกิดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง
ธรรมชาติศึกษาและประยุกต์วิทยา
ธรรมชาติศึกษาเป็นการเชื่อมโยงเด็กกับสิ่งที่อยู่รอบตัว การเรียนรู้ให้เข้าใจสิ่งรอบตัวเหล่านี้เป็นรากฐานไปสู่ความเข้าใจในการรู้จักตนเอง การศึกษาทางกายภาพของสรรพสิ่ง จะเรียนรู้อย่างเชื่อมโยงกับความเจริญรวมถึงระบบภายในร่างกายของมนุษย์ ด้วยเหตุนี้เด็กจะตระหนักว่ามนุษย์และสรรพสิ่งในโลกพึ่งพาอาศัยและมีความสัมพันธ์สอดประสานกันอย่าง กลมกลืน
คณิตศาสตร์
การเรียนคณิตศาสตร์เป็นการให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจการคิดแบบตรรกะที่ได้มาจากการศึกษา สืบค้นจากกฎเกณฑ์และแบบแผนที่เป็นลำดับต่างๆ ที่มีอยู่ในธรรมชาติ นักเรียนได้ฝึกฝนการถอดรหัสโดยสืบสาวหาที่มาของระบบแบบแผนที่ปรากฏในธรรมชาติ รวมถึงมิติ รูปทรง พื้นที่ว่าง (Space) จำนวนและตัวเลข เด็กๆ จะฝึกฝนการสังเกต สืบค้นหาแบบแผนที่ซ่อนอยู่ในธรรมชาติอย่างมีลำดับขั้นตอน สู่การสร้างหลักการทางคณิตศาสตร์ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเป็น และเกิดความเข้าใจถึงภาวะการอิงอาศัยกันของสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติ รวมทั้งตนเอง
ศิลปะ
ศิลปะเป็นส่วนหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในผลงานนักเรียนในทุกๆ วิชาที่ทำให้เห็นถึงความรู้สึกนึกคิด จินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก การเข้าถึงความมีศิลปะของเด็กคือ การรู้จักเลือกใช้สี วัสดุ ที่มีอยู่ในธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน ครูจะกระตุ้นให้นักเรียนลงมือปฏิบัติและฝึกฝนทักษะทางศิลปะด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การทำหุ่นลักษณะต่างๆ การเขียนลายไทย การวาดภาพ งานไม้ การทอผ้า การมัดย้อมต่างๆ และการปั้นดิน (เครื่องปั้นดินเผา)
ดนตรี
ดนตรีและจังหวะเป็นการเข้าถึงสุนทรียภาพผ่านทางตา หู และร่างกาย เด็กนักเรียนจะได้ชื่นชมความงาม ความพลิ้วไหว ความกลมกลืนแห่งเสียงและ จังหวะผ่านทางจิตใจ ซึ่งเด็กๆ จะบ่งบอกถึงการรับรู้อารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้นผ่านการแสดงดนตรีหลังจากที่ได้ฝึกฝนทักษะต่างๆ มาในแต่ละเทอม เด็กอนุบาลจะได้ฝึกฝนพื้นฐานการร้องเพลง การเคลื่อนไหวแบบมีจังหวะทั้งจากรำไทย ดนตรีไทยและดนตรีสากล เมื่อย่างเข้าสู่วัยประถม มัธยม เขาจะได้เลือกเครื่องดนตรีของตนเอง เพื่อฝึกฝนและแตกยอดความรู้ ความชำนาญไปพร้อมๆ กับโน้ตสากลต่อไป
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
วิชาสารสนเทศเป็นวิชาที่เข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่มีผลต่อผู้คนในหลายๆ พื้นที่อย่างกว้างขวาง นักเรียนจะได้ ฝึกฝนกระบวนการคิดและกระบวนการจัดการข้อมูลด้วยการค้นหาข้อมูล และนำเสนอข้อมูลอย่างสร้างสรรค์ นักเรียนยังสามารถประยุกต์ใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มพูนและขยายการเรียนรู้ของตนเองได้ แม้กับสาขาวิชาอื่นๆ ด้วย
พลศึกษา
วิชาพลศึกษาเป็นวิชาที่พัฒนาโดยตรงไปที่กายและใจของเด็ก เด็กๆ จะเรียนรู้จากการเล่น กิจกรรม เกม และกีฬาทั้งพละบกและน้ำ โดยเขาจะค่อยๆ สั่งสมพลังขับเคลื่อนตนเอง ทำให้มีความมั่นคงทางด้านจิตใจมากขึ้น นอกจากนั้นเด็กๆ ยังได้ เรียนรู้และเคารพกฎกติกา อันเป็นสิ่งที่จะทำให้ชีวิตของตนและสังคมอยู่กันอย่างปกติสุข
ภาษาอังกฤษและภาษาที่ ๓
ภาษาต่างประเทศ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์ทุกชาติทุกภาษา ที่เรียนเพื่อรู้จักความคิด และวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน เด็กนักเรียนจะเริ่มฝึกฝนให้คุ้นเคยกับภาษาที่เรียน โดยเรียนรู้ผ่านเรื่องเล่า นิทาน เพลง และคำคล้องจอง หลังจากนั้นเด็ก ๆ จะได้เรียนการสร้างคำจากฐานเสียงสระ พยัญชนะต่างๆ จากนั้นจะค่อยๆ พัฒนาทักษะ ความคล่องแคล่ว ความมั่นใจในการใช้ภาษา ตลอดระยะเวลาที่เด็กๆ ได้เรียนในโรงเรียน


