การเรียนรู้แบบรุ่งอรุณ,  ศิษย์เก่า

เราไปโรงเรียนทำไม : วนา ภูษิตาศัย RA16

เ ร า ไ ป โ ร ง เ รี ย น ทำ ไ ม 

🔸เมื่อก่อนเราไปโรงเรียนเพื่อให้ได้คะแนนดี ไปโรงเรียนเพื่อให้ได้รับคำชมและการยอมรับจากผู้อื่น แต่พอได้มาเรียนโรงเรียนรุ่งอรุณ ตอน ป. 4 เรากลับพบว่า การไปโรงเรียนของเรา คือ การไปเรียนตามความคาดหวังของคนอื่น เราเห็นตัวเองติดกับดักกับเป้าหมายมากเกินไป จนทำให้เราไม่มีความสุขกับกระบวนการระหว่างทางที่เราทำ

จากเด็กที่เรียกได้ว่า Perfectionist ที่มาพร้อมกับ “ความกลัว” ทั้งกลัวงานออกมาไม่ดี กลัวงานไม่สำเร็จ และกลัวไม่เป็นที่ยอมรับ ได้มาพบกับ “ครูหัวใจรุ่งอรุณ” ที่มาช่วยปลุกให้ตื่นจากความหลับไหล ชวนเรียนรู้ผ่าน “โจทย์จริงของชีวิต” ด้วยการตั้งคำถาม โดยไม่บอกคำตอบ ให้โอกาสลองผิดลองถูก และเปิดพื้นที่ให้ “กล้าหาคำตอบ” ด้วยตนเอง โดยไม่ชี้ถูกชี้ผิด ไม่ตัดสิน และที่สำคัญ คือ “ครูเชื่อมั่นว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพ” ผ่านการลงพื้นที่จริง เช่น การลงพื้นที่หมู่บ้าน ปกาเกอะญอ ที่เราต้องไปลงพื้นที่จริง คุยกับชาวบ้านจริง ได้เห็นการใช้ชีวิตของชาวบ้าน และได้ “ไปอยู่ ไปกิน ไปนอน เหมือนกับชาวบ้าน” ซึ่งมันแตกต่างกับชีวิตประจำวันของเรามาก แต่เราต้องเรียนรู้และอยู่ให้ได้ เพื่อให้เราเข้าใจวิถีชีวิต จนสามารถเป็นสื่อกลางให้คนภายนอกพื้นที่ได้เข้าใจการทำการเกษตรของชาวบ้านว่าไม่ได้เป็นการทำลายป่า

การได้เรียนรู้จากการลงพื้นที่จริง ทำให้เราเข้าใจโลก เข้าใจสังคม ยอมรับความแตกต่างหลากหลาย เห็นผู้อื่นเป็นมนุษย์เท่ากับเรา จนทำให้เราเห็นคุณค่าในตัวเอง ปลดล็อคความกลัวในหัวใจ และเห็นศักยภาพบางอย่างของตนเองที่เราไม่เคยพบมาก่อน ว่า “เด็กอย่างพวกเราก็มีพลังในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มี Impact ในทางที่ดีต่อผู้อื่นได้” (รายงาน HIA ปกาเกอะญอ ฉันคือคน / วิดีโอสารคดี “ฟิ้นฟูและพัฒนาวิถีชีวิตปกาเกอะญอ” ผลงานของลูกแตงและเพื่อนๆ ชั้น ม.๔ สำนักสื่อสร้างสรรค์และภาษาเพื่อสังคม ในโครงงาน “การศึกษาภูมิปัญญาบนฐานการพึ่งพิงทรัพยากรป่าและน้ำของชุมชนปกาเกอะญอ” กรณีศึกษาชุมชนบ้านสบลาน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ปีการศึกษา ๒๕๕๘)

ซึ่งการเรียนรู้แบบรุ่งอรุณ ที่เน้น “บูรณาการไปถึงคุณค่าแท้” และเชื่อมโยงสู่ชีวิตได้จริงนั้น หลายครั้งก็ทำให้เราพบกับปัญหาอุปสรรค และความยากลำบากมาก เพราะเราต้องทำงานเป็นทีม ต้องวางแผน ทั้งงบประมาณ ทรัพยากร และที่สำคัญสิ่งที่เราทำ “เกิดผลกระทบต่อตัวเราและผู้อื่นจริง” จึงทำให้เรารู้สึกเครียด เหนื่อย และท้อ แต่เราก็สามารถก้าวข้ามปัญหาและอุปสรรคได้เสมอ เพราะครูรุ่งอรุณ มักสอนให้เรา

“ฝึกฝืน” ไม่ว่าอะไรจะเข้ามา เราต้องฝึกฝืนอยู่กับสิ่งที่เราไม่ชอบ สิ่งที่ทำให้เราทุกข์ให้ได้ เพื่อที่เราจะได้ก้าวข้ามและเติบโตขึ้น

คำสอนนี้ดังก้องภายในหัวใจ ไม่ว่าเราจะเจอปัญหาและอุปสรรคอะไร ก็ทำให้เราสามารถก้าวข้ามได้เสมอ นอกจากนี้รุ่งอรุณยังติด “อาวุธทางปัญญา” ให้เราก้าวสู่โลกความเป็นจริงและใช้ชีวิตอย่างมีสติได้ คือ การ “ Reflection เพื่อย้อนมองตัวเอง” ด้วยการชวนให้เรากลับมามองที่ใจของตัวเราเอง ทบทวนตัวเอง เห็นข้อดีและข้อควรพัฒนาต่อ และยังเปิดโอกาสให้เราได้ฟังเพื่อน พร้อมทั้งปรับความเข้าใจซึ่งกันและกัน

เรารู้สึกโชคดีมาก ที่เราได้มีโอกาสเรียนโรงเรียนรุ่งอรุณ เพราะโรงเรียนแห่งนี้ สอนให้เราไม่กลัวความล้มเหลว ทำให้เรารู้สึกเป็นเจ้าของงาน ได้ลงมือทำจริง และได้รับความไว้วางใจ จนทำให้เรารู้สึกสนุก ท้าทาย และใช้ศักยภาพได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งทำให้เราพบว่า

“คุณค่าของคนไม่ได้จบแค่ในตำราเรียนหรือการสอบ” แต่เป็น “ทักษะและศักยภาพที่เกิดขึ้นระหว่างทำงาน”

และที่สำคัญยังทำให้เรารู้ว่า

“เรามีชีวิตอยู่อย่างมีความหมายด้วยการทำเพื่อผู้อื่นได้อย่างไร” 
………………………
🔸🌳เรื่องราวประทับใจจากการสัมภาษณ์นางสาววนา ภูษิตาศัย (ลูกแตง) ศิษย์เก่าโรงเรียนรุ่งอรุณ รุ่นที่ ๑๖ (RA16) โดย นางสาววลีรัตน์ มิ่งศูนย์ มูลนิธิสยามกัมมาจล ปัจจุบันลูกแตง เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ ๒ คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์