
เผชิญความท้าทาย เพื่อเปิดการเรียนรู้จากชีวิตจริง
เรียนรู้ธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเรียนรู้ตัวเองไปด้วยพร้อมกัน
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนรุ่งอรุณ ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมอบรมการแล่นเรือใบ ณ สโมสรเรือใบกองเรือยุทธการ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
การเรียนรู้เริ่มต้นตั้งแต่พื้นฐานของเรือใบ การประกอบเรือ การผูกเงื่อน การเตรียมอุปกรณ์ การสังเกตทิศทางลม ไปจนถึงการบังคับเรือ LASER ด้วยตนเอง เด็กหลายคนได้จับหางเสือเป็นครั้งแรก ได้สัมผัสทั้งความตื่นเต้น ความกลัว และประสบการณ์ท้าทายครั้งใหญ่
ท่ามกลางคลื่น ลม และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในการแล่นเรือใบคือการอยู่กับปัจจุบันทุกขณะ ต้องคอยสังเกตทิศทางลม ฟังเสียงคลื่น รับรู้จังหวะของเรือ และตัดสินใจอย่างรวดเร็วในทุกการเปลี่ยนแปลง
บางครั้งต้องรอลม
บางครั้งต้องเปลี่ยนทิศทาง
บางครั้งต้องยอมถอย เพื่อประคองเรือไม่ให้ล้ม

อีกหนึ่งบทเรียนคือเด็ก ๆ ต้องช่วยกันประกอบเรือ ช่วยกันยกเรือลงน้ำ ช่วยกันอ่านลม แก้ปัญหา และดูแลกันตลอดการฝึก สิ่งเหล่านี้ทำให้หลาย ๆ คนเริ่มมองเห็นศักยภาพของตัวเองในสถานการณ์หน้างานต้องเผชิญ
หนึ่งในคำสะท้อนจากนักเรียน เล่าถึงการเผชิญหน้ากับ “ความลังเล” ของตัวเอง
“สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการแล่นเรือใบมากที่สุดอย่างหนึ่ง คือเรื่อง “ความลังเล” และการไม่กล้าตัดสินใจของตัวเอง เพราะเรือใบเป็นกีฬาที่ทุกอย่างเกิดขึ้นต่อเนื่องและเปลี่ยนเร็วมาก ต่างจากกีฬาหลายอย่างที่ผมเคยเล่นมาก่อนที่ยังมีเวลาคิดหรือวางแผนก่อนตัดสินใจ
ช่วงแรกผมรู้สึกว่าตัวเองยังลังเล กลัวว่าจะเลือกผิด จนบางครั้งยิ่งช้าก็ยิ่งควบคุมสถานการณ์ได้ยากกว่าเดิม ทำให้ผมเริ่มกลับมาคิดว่าหลายครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าเราเลือกถูกหรือผิด แต่อยู่ที่ว่าเรากล้าตัดสินใจหรือเปล่า
ผมเลยพยายามปรับวิธีคิดของตัวเองให้มั่นใจมากขึ้น กล้าที่จะตัดสินใจในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุด ณ ตอนนั้น โดยไม่ปล่อยให้ความลังเลมาหยุดการกระทำของตัวเอง เพราะอย่างน้อยต่อให้ตัดสินใจพลาด เราก็ยังได้เรียนรู้และแก้ไขต่อได้ ดีกว่าไม่กล้าทำอะไรเลย”
การแล่นเรือใบทำให้เขาได้เรียนรู้ว่า หลายสถานการณ์ในชีวิตไม่สามารถรอให้มั่นใจก่อนแล้วค่อยลงมือได้ แต่ต้องกล้าตัดสินใจ เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น และเติบโตจากประสบการณ์ตรง
อีกหนึ่งคำสะท้อน คือการได้เห็น “อารมณ์” และการทำงานร่วมกับผู้อื่นของตัวเองชัด
“สิ่งที่ผมได้เห็นชัดจากการเล่นเรือใบครั้งนี้ คือเรื่องอารมณ์ของตัวเอง โดยเฉพาะเวลาที่อะไรไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด ผมมักจะหงุดหงิดง่าย เช่น เวลาที่ผมบอกให้คู่ช่วยทำอะไรบนเรือแล้วเขาไม่ทำทันที ผมจะเริ่มรู้สึกโมโหและพยายามทำทุกอย่างเอง เพราะรู้สึกว่าถ้ารอหรือฝากให้คนอื่นทำ อาจไม่ทันหรือไม่ได้อย่างที่ต้องการ
แต่พอผมพยายามทำทุกอย่างเองมากเกินไป ผมก็เริ่มสังเกตว่าคู่ของผมได้มีส่วนร่วมกับการเล่นน้อยลง บางครั้งผมไม่ได้คิดเลยว่าเขาสนุกไหม หรือได้เรียนรู้อะไรจากการเล่นครั้งนั้นหรือเปล่า ผมสนใจแค่ว่าเรือต้องไปได้ดี ต้องแก้ปัญหาได้เร็ว จนลืมมองคนที่อยู่บนเรือเดียวกัน
ผลที่เกิดขึ้นคือผมพยายามเล่นเรือเกินขีดจำกัดของตัวเอง เพราะคิดว่าต้องควบคุมทุกอย่างให้ได้คนเดียว จนบางครั้งทำให้ตัวเองเจ็บตัว ทั้งที่จริงแล้วการเล่นเรือใบเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยความไว้ใจกันและการทำงานร่วมกันตลอดเวลา
แนวทางที่ผมนำกลับมาปรับคือฝึกวางใจทั้งในตัวเองและคนรอบข้างให้มากขึ้น ยอมรับว่าสถานการณ์ตรงหน้าอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเสมอ และแทนที่จะคิดกังวลล่วงหน้าหรือพยายามควบคุมทุกอย่าง ผมเริ่มจากแก้ปัญหาตามสิ่งที่เกิดขึ้นจริงและเปิดโอกาสให้คนอื่นได้มีส่วนร่วมมากขึ้น”
จากเด็กที่เคยใจร้อน อยากควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเอง เขาค่อย ๆ เรียนรู้การรอจังหวะลม ฟังกันมากขึ้น และเผชิญสถานการณ์ตรงหน้าไปพร้อมกับเพื่อน ๆ
ท้ายที่สุดแล้วเด็ก ๆ เห็นถึงความสำคัญของการสร้างวินัยกับตัวเอง อดทนกับสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ และรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนอย่างสม่ำเสมอ หลายคนเริ่มกล้าตัดสินใจมากขึ้น กล้าที่จะลองผิดลองถูก และเปิดใจไว้ใจคนรอบข้างมากกว่าเดิม และสำคัญคือเขาได้เรียนรู้ว่าการเดินทางที่ดีนั้นต้องอาศัยทีมที่คอยช่วยกันประคับประคองไปด้วยกัน
โรงเรียนรุ่งอรุณขอขอบพระคุณสโมสรเรือใบกองเรือยุทธการ ฐานทัพเรือสัตหีบ ที่ให้ความอนุเคราะห์ในฝึกการอบรม และมอบประสบการณ์การเรียนรู้อันทรงคุณค่าให้กับนักเรียนในครั้งนี้
ขอขอบพระคุณผู้ปกครองทุกท่านสำหรับภาพบรรยากาศ







