การอ่านหนังสือกับลูก การใช้ชีวิตอยู่กับลูก ควรเป็นเรื่องสนุก

ในห้องเรียนพ่อแม่ “It Might Be…More Than Just a Children’s Book” ที่ห้องประชุมเรือนรับอรุณ โรงเรียนรุ่งอรุณ เมื่อวันเสาร์ที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ‘แม่บี’ มิรา เวฬุภาค นักออกแบบการเรียนรู้และบรรณาธิการบริหาร Mappa Media ได้พูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ในวงสนทนา “หนังสือสำหรับเด็ก” ซึ่งในช่วงหนึ่งของการสนทนา คุณพ่อคุณแม่ได้ตั้งคำถามถึงการอ่านนิทานให้ลูกฟัง ขอคำแนะนำว่ามีอะไรที่ควรหรือไม่ควรทำบ้าง หลาย ๆ บ้านสงสัยว่าเวลาอ่านนิทานต้องเล่นใหญ่แค่ไหน? ต้องดัดเสียงหรือแสดงละครให้สมบทบาทด้วยไหม?

คุณพ่อคุณแม่: ในการเล่านิทาน เราจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนเสียงไปตามบทบาทตัวละครไหม?

แม่บี: ถ้าเปลี่ยนเสียง ลูกจะทำอย่างไร ลูกจะหันมาหาเราทันทีเลย พ่อแม่เล่นละครอยู่ อยู่ดี ๆ พ่อก็แบบเปลี่ยนเสียงได้ด้วย แม่ก็เปลี่ยนเสียง ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน จริง ๆ อ่านด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ อย่างนี้ได้เลย ไม่ได้จำเป็นต้องเปลี่ยนเสียงไปมา หรือจริง ๆ ก็ไม่ใช่ข้อห้าม ทำได้ ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ บางเล่มก็ทำได้ บางช่วงทำสนุกก็ทำได้ แต่ว่าหลัก ๆ ตัวนิทานออกแบบ (Design) มาแล้วสำหรับแค่นี้ ภาพกับคำทำงานร่วมกันแค่นั้นเลย ไม่ต้องมีกระบวนการอื่นซ้อนเข้ามาก็ได้

คุณพ่อคุณแม่: อันนี้หมายถึงเฉพาะหนังสือภาพหรือเปล่า? ถ้าเป็นหนังสือนิทานอีกแบบหนึ่ง แบบไม่มีภาพ ทำเหมือนกันไหม?

แม่บี: พวกวรรณกรรมยาว ๆ ถ้าไม่มีภาพ ก็ไม่ต้องมีเสียงขึ้น ๆ ลง ๆ เหมือนกัน เวลาเราใส่อารมณ์ (Emotion) คือการใส่การตีความของเราเข้าไป ว่าคนนี้น่าจะรู้สึกแบบนี้ ตอนนี้น่าจะประมาณนี้ ถึงต้องใส่เสียงประมาณนี้ ใส่การตีความของเราเข้าไป ซึ่งจะทำหน้าที่คล้าย ๆ โทรทัศน์ (TV) คือเราตีความเสร็จแล้ว แต่ประเด็นก็คือเราอยากให้การตีความนั้นเกิดขึ้นกับประสบการณ์ของเด็ก ไม่ใช่ประสบการณ์ของเรา ต้องไปเกิดขึ้นกับวงจรสมองเดิมของเด็ก ดังนั้นก็อ่านธรรมดา มีบ้างได้นิดหน่อยเพื่อความสนุก แต่ว่าไม่ต้องเยอะ อย่าไปใส่เยอะ

คุณพ่อคุณแม่: อยากทราบว่าสมมุติเราอ่านนิทานให้ลูกจบแล้ว เราควรจะชวนเขาคุยในเรื่องนิทานอันนั้นไหม? เราควรจะชวนเขาคุยต่อไหมว่าลูกคิดอย่างไร? หรือว่าจบก็คือให้เขาไปจินตนาการต่อเอง?

แม่บี: การเลี้ยงลูกทั่วไปไม่มีควรและไม่ควร คือไม่มีอะไรที่ควรทำและต้องทำทุกครั้ง หรือแบบตลอดไป เราเปลี่ยนตามลูก หมายถึงว่าบางช่วงรู้สึกว่าจังหวะได้ แล้วเราต้องแบบช้อนแล้ว แบบมาแล้ว ตาแบบคิดอยู่ ทำได้เลย ถามเลยลูกคิดอย่างไรเรื่องนี้ ถามได้เลย แต่ถ้าไม่ได้ ก็ไม่ต้อง ไม่ต้องทำทุกครั้ง ทำได้ก็ดี ทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร และบางครั้งเราลองดูปรากฏการณ์ ลูกจะมาถามเราเอง ลูกจะเดินเข้ามาหาเราเอง บางทีเราต้องปล่อยให้เกิดสิ่งนั้นบ้าง ดังนั้นทั้งหมดคือไม่มีควรและไม่ควร เราไหล ๆ ไป เราก็ทำให้สนุก การเลี้ยงลูก การอ่านหนังสือกับลูก การใช้ชีวิตอยู่กับลูก ควรเป็นเรื่องสนุก ควรเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขด้วย ดังนั้นไม่มีควรและไม่ควรทั้งหมด มีสิ่งที่เราเรียนรู้แล้วก็เติบโตไปพร้อมกับลูก ดังนั้นสมมุติบางทีวันนี้เราได้บางอย่างกลับไป แล้วรู้สึกว่านี่คือคัมภีร์ แม่บีมีประสบการณ์แค่นี้ อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ถูกทั้งหมดก็ได้

เรียบเรียง: สื่อสารองค์กรโรงเรียนรุ่งอรุณ