
เด็ก ๆ นั้นเรียนรู้จากสภาพแวดล้อมรอบตัว ในพื้นที่ที่การเรียนรู้เป็นของผู้เรียนเอง เด็ก ๆ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยตัวเอง และเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งระหว่างตัวครูกับเด็ก ๆ และตัวเด็ก ๆ ด้วยกันเอง จะเป็นสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้เด็ก ๆ นั้นเกิดการเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ
สวนผักเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ใหญ่สำหรับการเรียนรู้ของเด็กอนุบาล เด็ก ๆ จะได้มาเรียนรู้การทำงานสวน มาเล่นดิน เล่นน้ำ เชื่อมโยงตัวเองกับธรรมชาติ ที่เป็นแหล่งกำเนิดของอาหารที่นำมาหล่อเลี้ยงชีวิต โดยในช่วงที่เด็ก ๆ ปิดภาคการเรียนรู้ ครูอนุบาลได้ช่วยกันเตรียมพื้นที่สวนผักอนุบาลให้พร้อมที่เด็ก ๆ จะได้มาเล่น เรียนรู้ มีประสบการณ์ตรงจากพื้นที่การเรียนรู้จากการทำงานสวนให้ได้มากที่สุด สร้างสภาพแวดล้อมที่สอดคล้องกับธรรมชาติของพื้นที่ และเหมาะสมกับวัยอนุบาล
พื้นที่แต่ละส่วนในสวนผักอนุบาลมีการออกแบบอย่างมีเป้าหมาย ซึ่งนอกจากจะช่วยจัดสรรพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว ก็ยังจะช่วยให้ครูมีจุดสังเกตการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ได้อย่างเป็นรายบุคคล โดยการออกแบบจะคำนึงถึงการเปิดพื้นที่ให้เด็ก ๆ มาเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ ค่อย ๆ อ่านพื้นที่ สังเกตท่าทีของผู้คนรอบตัว และลงมือทำสิ่งต่าง ๆ เป็นการเล่นเรียนรู้ไปบนพื้นที่สวนผักจากการได้ลงมือทำด้วยตัวเอง โดยมีครูเป็นผู้ออกแบบสภาพแวดล้อม และสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่มีความหมายกับชีวิตของเด็ก
นอกจากนี้ครูอนุบาลยังได้ช่วยกันย้อมผ้าและทำเชือกถักด้วยด้ายไหมพรมเส้นใหญ่ ให้เด็ก ๆ ไว้ใช้สำหรับเล่นในมุมบทบาทสมมติ ใช้ในการผูก มัด ซึ่งเป็นทักษะที่เด็ก ๆ ควรจะได้ฝึก ได้ลอง เด็ก ๆ บางทีก็เล่นแปลงตัวเป็นครู แปลงตัวเป็นเจ้าหญิงเจ้าชาย และบางทีครูก็ทำพวกมงกุฎหรือผูกผ้าโพกหัวให้กับเด็ก ๆ
ในทุกพื้นที่ที่ปรากฏ ในทุกสิ่งอย่างรอบตัวเด็ก ๆ มีความเป็นครูซ่อนอยู่ ครูผู้อ่านผู้เรียนออกจะเอาตัวเองไปเชื่อมโยงกับทุก ๆ พื้นที่ ไม่ว่าจะในห้องเรียนหรือนอกห้องเรียน คอยเอาใจใส่ ออกแบบพื้นที่การเรียนรู้ให้เด็กอ่านพื้นที่ออก และอยากเข้าไปเรียนรู้อย่างสดชื่น ครูจึงสัมพันธ์กับพื้นที่ต่าง ๆ ในการเป็นผู้สร้าง สร้างสรรค์พื้นที่ สร้างสรรค์แรงบันดาลใจ เป็นนักออกแบบการเรียนรู้ที่เปิดทุกพื้นที่ให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ของผู้เรียน เพราะเชื่อมั่นว่าเด็กเป็นนักเรียนรู้โดยธรรมชาติ
แล้วเจอกันวันเปิดภาคการเรียนรู้
เรื่องและภาพ: สื่อสารองค์กรโรงเรียนรุ่งอรุณ







