พี่น้องตีกัน พ่อแม่ควรปลอบใครก่อน?

ในช่วงหนึ่งของห้องเรียนพ่อแม่ เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๙ ที่ผ่านมา หัวข้อ “โรงเรียน ครู เพื่อน เพื่อเติบโต” ซึ่งครูอนุบาลและคุณพ่อคุณแม่ได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับ ผศ.ดร.ปนัดดา ธนเศรษฐกร (ครูหม่อม) ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง จิตใจ และความสัมพันธ์ในเด็กปฐมวัย สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล วงสนทนาได้พูดคุยถึงบทบาทของพ่อแม่ เมื่อพี่น้องเกิดทะเลาะกัน “พี่น้องตีกัน พ่อแม่ควรปลอบใครก่อน?” ซึ่งครูหม่อมก็ได้แลกเปลี่ยนกับคุณพ่อคุณแม่ไว้ดังนี้

ครูหม่อม: ปลอบคู่ หลายคนถามว่าต้องปลอบใครก่อน คนโดนตีก่อนหรือคนตีก่อน บอกเลยว่าใครก่อนก็ได้ เพราะอะไรทราบไหม คำถามก็คือ เขามีอะไรกันมาก่อนหน้านี้หรือเปล่า พ่อแม่รู้ไหม ในความเป็นพี่น้อง แต่แบบแผน (Pattern) ที่ลูกเห็นก็คือ วันนี้ปลอบน้องก่อน วันนี้ปลอบพี่ก่อน วันนี้ปลอบพี่ก่อน วันนี้ปลอบน้องก่อน ไม่ว่าจะถูกหรือจะผิด หากว่าพี่หยุมหัวน้อง เพราะน้องไปแย่งของเล่นจากมือพี่ คุณพ่อคุณแม่เดินเข้ามาจะบอกกับลูกว่า แม่เข้าใจว่าหนูโกรธ หนูเลยตีพี่ แล้วบอกกับพี่ว่า แม่รู้เลยว่าโกรธ หนูเลยหยุมหัวน้อง สองคนนี้เรียนรู้อะไร เรียนรู้อารมณ์ และเรียนรู้อะไรจากแม่ แม่ยังยุติธรรมอยู่ เดี๋ยวพอพี่น้องเขาดีกัน ตอนสอนก็รอเขาอารมณ์ปกติ แยกสอนได้ ครั้งหน้าเมื่อหนูโกรธ แทนการตีพี่ หนูคิดว่าหนูจะทำอะไรได้บ้าง ให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น ครั้งหน้า… แทนการทำอะไร…. อีกนัยหนึ่งก็คือ ไม่ตี ถ้าไม่ตีน้อง แต่ลองฟังดูดี ๆ ถ้าครูหม่อมใช้คำว่าถ้า ถ้าไม่ตีน้อง หนูจะทำอะไรได้บ้าง กับครั้งหน้าเมื่อหนูโกรธ แทนการตีน้อง หนูทำอะไรได้บ้าง ต่างกันไหม ต่างกัน เวลาที่เราอยู่กับลูก ให้รู้ว่าแม่มีตัวตน แม่เป็นคนสำคัญ และแม่มีความสามารถ เพราะพ่อแม่มีเคล็ดลับ (Trick) แล้ว ทำอะไรอย่าไปใช้จิตเดิมของเรา ตีกันอีกแล้วพี่น้อง

ดำเนินมาถึงครั้งสุดท้ายแล้วสำหรับห้องเรียนพ่อแม่ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๙ แต่ละครั้งของห้องเรียนพ่อแม่นั้นมีเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป เช่น การรู้จักลูก การรู้จักตัวเอง การเข้าใจตนเองสู่การเข้าใจลูก การเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม และสัมพันธภาพเพื่อการเรียนรู้ ซึ่งจะนำไปสู่การจัดปรับท่าทีในการเลี้ยงดูลูก เป็นพ่อแม่ที่เท่าทันอารมณ์ความรู้สึกตัวเอง ยินยอมให้การเรียนรู้ขับเคลื่อนโดยลูก ลด ละ เลิก คำบอกหรือคำสอนแบบเบ็ดเสร็จ

ขอขอบคุณคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองทุกครอบครัว ที่มาร่วมเรียนรู้ในโครงการ “ห้องเรียนพ่อแม่” อย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาไม่เพียงคุณพ่อคุณแม่จะได้เรียนรู้ ครูเองก็ได้เรียนรู้ไปพร้อมกันในทุก ๆ ครั้ง ทุก ๆ กิจกรรม ยิ่งไปกว่านั้นคือความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันที่งอกงามในทุกครั้งที่พบกัน ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างคุณพ่อคุณแม่แต่ละครอบครัว และระหว่างครูกับคุณพ่อคุณแม่ เกิดเป็นความสัมพันธ์ในครอบครัวใหญ่ที่จะร่วมกันดูแลและพัฒนาลูก ๆ อนุบาลของเราให้เติบโตต่อไป

เรียบเรียง: สื่อสารองค์กรโรงเรียนรุ่งอรุณ