มีปัญญา เพราะพึ่งพาตนเองได้

ในทุก ๆ เช้าที่อนุบาลรุ่งอรุณ เราจะเห็นเด็ก ๆ ลงจากรถ สะพายกระเป๋า ถือกระติกน้ำ เดินจากวงเวียนด้วยหน้าตามุ่งมั่นเข้าโรงเรียนด้วยตัวเอง ถอดรองเท้า จัดเก็บเข้าที่ แม้ว่าบางคนจะยังร้องไห้ ก็เห็นเอามือปาดน้ำตา แล้วคว้าข้าวของเดินเข้าโรงเรียนเองได้

ธรรมชาติเด็กในวัยอนุบาล เป็นวัยที่เริ่มรับรู้แล้วว่าตนเองนั้นมีตัวตน (Sense of Self) เริ่มอยากทดลองทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อทดสอบว่าเขาทำได้แค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ เช่น การลองใส่รองเท้า ถูกข้างบ้าง ผิดข้างบ้าง หัดใส่เสื้อผ้า บางครั้งก็ใส่กลับด้าน

เมื่อเห็นดังนั้น บ่อยครั้งเรามักเผลอเข้าไปจัดการ ช่วยทำหรือทำแทน แต่ถ้าเราเปิดโอกาสให้เด็กลองทำเอง แล้วอดทนรอสักนิด เราจะเห็นเขาพยายามแก้ปัญหา เขาอาจจะยังทำได้ไม่ดี แต่เขากำลังแก้ปัญหาอยู่ และนี่ล่ะคือสิ่งที่เราต้องการ

การให้เด็กได้มีโอกาสลงมือทำด้วยตัวเอง ทำให้เขาได้เห็นความพยายาม และความสามารถของตัวเอง สร้างความเชื่อมั่นในตนเองว่า “เขาทำได้” สร้างให้เขามี “ทักษะการพึ่งพาตนเอง” (Self-reliant) ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ทำให้เด็กมีชีวิตอย่างมีสุขภาวะที่ดี (Well-being) ได้ต่อไป

แล้วเราจะสร้างโอกาสการเรียนรู้นี้ให้เด็ก ๆ ได้อย่างไรบ้าง?

เริ่มจากอดทนรอคอย วางใจและเชื่อมั่นว่าเขาทำเองได้ ผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ ต้องยั้งมือไว้ แล้วรอ (ฮึบ ท่องคาถา อดใจไว้ ๆ) ปล่อยให้เด็ก ๆ ได้พยายามด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตามวางใจแล้วไม่ได้หมายความว่าจะทอดทิ้ง แต่คอยดูอยู่ห่าง ๆ เราอาจช่วยเอื้อบางอย่าง หรือตั้งข้อสังเกตให้เด็กมีมุมมองมากขึ้นในเรื่องงานของเขา เช่น เด็กใส่รองเท้าสลับข้าง เราอาจถามเขาว่า หนูรู้สึกอย่างไร ใส่สบายไหม ลองเดินดูสิ เดินสบายไหม เขาจะเห็นและแก้ไขด้วยตัวเอง

ปิดท้ายด้วยชื่นชมในความพยายามของเขาบ้าง เช่น แม่เห็นหนูพยายามใส่รองเท้าด้วยตัวเองจนเสร็จเลยนะเนี่ย คำชมเช่นนี้จะทำให้เขารับรู้ว่า พ่อแม่และครูชื่นชมในความพยายาม และเขาเองก็มีความพยายามได้ด้วยตัวเอง จากนั้นเราจะเห็นกิจวัตรตลอดทั้งวันว่าเป็นโอกาสแห่งการเรียนรู้และฝึกฝน จากที่จะด่วนช่วยให้เขาสำเร็จได้โดยเร็ว เราจะเปลี่ยนไป เมื่อเราเปลี่ยน ลูกของเราก็เปลี่ยนเช่นกัน เขาจะไม่รีรอขอความช่วยเหลือ แต่รู้ว่าทุกครั้งเขาจะลองทำเองก่อน เพราะ “เขาทำได้”

อีกปัจจัยสำคัญคือ การออกแบบกิจวัตรประจำวันให้เป็นจังหวะ สม่ำเสมอ เพราะเด็กอนุบาลมักจะชอบทำอะไรตามจังหวะจะโคนหรือตามแบบแผน เช่น เดินเข้าโรงเรียน ผ่านจุดคัดกรอง ถอดรองเท้าแล้วนำไปเก็บบนชั้นของห้องตนเอง เดินไปห้องเรียน จัดเก็บสัมภาระต่าง ๆ เข้าที่ให้เรียบร้อย การทำสิ่งเหล่านี้ซ้ำ ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอในทุก ๆ วัน จะทำให้เด็กสามารถดำเนินกิจวัตรประจำวันของตนเองอย่างเป็นปกติ ไม่ต้องมีครูคอยกำกับ ไม่ว่าจะเป็นกิจธุระส่วนตัว หรือกิจวัตรที่จะต้องทำร่วมกับผู้อื่น

ในแต่ละวัน ถ้าเด็ก ๆ ได้เผชิญเรื่องราวด้วยการลงมือทำด้วยตัวเอง เขาจะได้พัฒนาทั้ง

…ทักษะการแก้ปัญหา

…สร้างความนับถือตนเอง (Self-esteem)

…ความสามารถในการตัดสินใจ

…การพึ่งพาตนเองช่วยให้เด็กนำทางโลกของเขาด้วยตัวเขาเองได้ สร้างปัญญาได้ในทุก ๆ วัน

เรื่องโดย: ครูกิฟท์-ปิยะดา พิชิตกุศลาชัย อนุบาลรุ่งอรุณ

ภาพ: สื่อสารองค์กรโรงเรียนรุ่งอรุณ