ทานองคาร
บันทึกรุ่งอรุณ,  โรงเรียนรุ่งอรุณ

คารวะอาลัยแด่ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์

ทานองคาร

คารวะอาลัยแด่ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์

            มูลนิธิรุ่งอรุณ โรงเรียนรุ่งอรุณ และสถาบันอาศรมศิลป์ ขอแสดงความคารวะอาลัยแด่ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์

ศิลปินแห่งชาติ ด้านกวีนิพนธ์ กวีร่วมสมัยที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นจินตกวี ผู้ที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับทั้งในด้านวรรณศิลป์และทัศนศิลป์

และท่านยังเป็นครูบาอาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ของพวกเรา – คณะครู คณาจารย์ นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครองของโรงเรียนรุ่งอรุณ และสถาบันอาศรมศิลป์ ตลอดมา

                               t angkarn2 resize                arsom-logo

    ท่านได้เมตตาวาดภาพลายเส้นตราสัญญลักษณ์ของโรงเรียนรุ่งอรุณ และสถาบันอาศรมศิลป์พร้อมทั้งเขียนความหมายของตราสัญญลักษณ์ด้วยลายมือของท่านอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งพวกเราซาบซึ้งในความเมตตาของท่านไม่เสื่อมคลาย

นอกจากนี้ท่านอังคารยังมีจิตที่เปี่ยมทั้งเมตตา กรุณา มุทิตาได้กรุณาช่วยอบรมสั่งสอน ชี้แนะความหมายของชีวิตและการศึกษา

ดังปรากฏอยู่ในหนังสือ “คำจากครู” ที่จัดพิมพ์ขึ้นในวาระครบรอบ ๑๐ ปีโรงเรียนรุ่งอรุณและครบรอบ ๑ ปีสถาบันอาศรมศิลป์ 

ขอนำบางส่วนจากถ้อยคำของท่านมาระลึกถึงคุณูปการของความเป็นครูผู้ยิ่งใหญ่ของท่าน ครูผู้นำทางจิตวิญญาณของศิษย์ทุกคน

“ครู คือ ผู้ปลุกอำนาจลี้ลับในตัวของลูกศิษย์ให้ตื่นขึ้นมา”

“คนเราต้องเกิดมาให้สมกับที่ชาตินี้ได้เกิดเป็นมนุษย์ ถ้าเกิดมาแล้วไม่รู้การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า คือไม่รู้หลักธรรม ไม่รู้ผลของกรรม ถือเป็นโมฆะบุรุษ เราเป็นปุถุชน ปุถุ แปลว่าหนา หนาด้วยกิเลส คือ โลภะ โทสะ โมหะ เราต้องทำให้บางลง การศึกษาเป็นการเจียระไนความเป็นมนุษย์ คนเป็นครูบาอาจารย์จึงต้องมีใจยิ่งใหญ่ดั่งพระโพธิสัตว์และต้องรู้จริง เพราะการรู้จริงถือเป็นมงคลของชีวต การรู้จริงของครูจำทำให้ศิษย์เคารพเอง ถ้าเราเป็นเสือไปไหนแมวก็รู้ว่าเป็นเสือไม่ต้องคำราม”

“เวลาเรามองคนอื่นให้มองที่ดี ให้เป็นเยี่ยงอย่าง แต่เวลาเรามองตนเอง ให้รู้ว่าเราบกพร่องตรงไหนและจะแก้ไขได้อย่างไร หากไม่ทำเช่นนี้เราจะไม่เจริญ เราเกิดเป็นมนุษย์แล้ว “ต้องปรากฏ” ให้มีคุณสมบัติที่เมื่อสังคมรู้จักแล้ว สามารถมองเราเป็นเยี่ยงอย่างได้ และมนุษย์ทุกคนมีหน้าที่ นกโกกิลาตื่นเช้าทุกวันเพื่อทำหน้าที่แก่โลก เราเป็นมนุษย์ไม่ทำหน้าที่ก็อายนก”

“มนุษย์ควรมีมโนภาพที่กว้าง ถ้าเราไม่เป็นทางช้างเผือก ไฉนเลยจะอุ้มดวงดาวทั้งหมดไว้ได้ น้ำในกะลาสะท้อนดวงดาวได้ไม่กี่ดวง เราต้องเป็นท้องฟ้า มีสติปัญญาที่กว้างขวางอย่างไร้เส้นขอบฟ้า เราต้องรับความรู้ของผู้อื่นให้ได้มาก”

” สำหรับผู้เรียน เราต้องเรียนรู้ให้รอบด้านเพื่อจะได้เป็นพหูสูตร หลักของการเรียนคือหัวใจนักปราชญ์ สุ จิ ปุ ลิ และเราทุกคนต้องมีครู ไม่มีมนุษย์ผู้ใดเกิดมาแล้ววิเศษ ไม่มีใครที่รู้หมดแล้ว ยกเว้นพระพุทธเจ้า เมื่อเจอครูดีต้องน้อมหา ต้องเรียนให้แตกฉาน คิดต่อยอดจากครู เราต้อง “กินความรู้” จากครูบาอาจารย์เข้าไปก่อน ความรู้จะกลายเป็นพลังแก่เรา เราต้องจดจำคำครูและคิดต่อยอด เป็นการแตกหน่อ เป็นการสร้างนฤมิตกรรม เหมือนคำครูเป็นนั่งร้านเพื่อการสร้างเจดีย์ต่อไป”

จากหนังสือ “คำจากครู” เนื่องในวาระครบรอบ ๑๐ ปีโรงเรียนรุ่งอรุณและครบรอบ ๑ ปีสถาบันอาศรมศิลป์

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.